การแจ้งสถานะภาพผู้กู้

 

การแจ้งสถานะภาพการศึกษา (Download แบบฟอร์ม กยศ.204 Manual Zip)
1.ผู้กู้กองทุน กยศ.กรอกแบบฟอร์ม กยศ. 204 หรือขอใบรับรองจากสถานศึกษาว่าเป็นนักศึกษา
อยู่จากสถานศึกษา
2.แสดงหลักฐานการสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาที่ศึกษาอยู่(ใบประกาศนียบัตร/ปริญญาบัตร หรือ
TRANSCRIPT) กรณีปลอดชำระหนี้ 2 ปีหลังจากจบการศึกษาปริญญาตรีใบแรก
3.แนบสำเนาบัตรนักศึกษาหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
4.ส่งเอกสารที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย  สาขาใดก็ได้หรือฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ
โทรสาร 02-2568198  โทรศัพท์ 02-2088666-8

การแจ้งการแก้ไข ชื่อ-นามสกุล/เลขที่บัญชี/ที่อยู่ (Download แบบฟอร์มกยศ.108 Manual Zip)
1.ผู้กู้กองทุน กยศ.กรอกแบบฟอร์ม กยศ.108 ขอเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุล/เลขที่บัญชี/ที่อยู่
2.แนบสำเนาหลักฐานการเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุล/สำเนาเลขที่บัญชี พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3.ส่งเอกสารที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย  สาขาใดก็ได้หรือฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ
โทรสาร 02-2568198  โทรศัพท์ 02-2088666-8

หนังสือแสดงตนการชำระหนี้ (Download แบบฟอร์ม กยศ.201 Manual Zip)
1.ผู้กู้กองทุน กยศ.กรอกแบบฟอร์ม กยศ.201แจ้งความประสงค์การชำระหนี้ครั้งแรก
2.แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3.ส่งเอกสารที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย  สาขาใดก็ได้หรือฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ
โทรสาร 02-2568198  โทรศัพท์ 02-2088666-8

การแจ้งผู้กู้กองทุน กยศ.เสียชีวิต
1.ทายาทผู้กู้กองทุน กยศ.แสดงหลักฐานการเสียชีวิตของผู้กู้กองทุน กยศ.
2.แนบสำเนาใบมรณบัตรผู้กู้/สำเนาใบประจำตัวประชาชนผู้กู้และผู้แจ้งพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้/สำเนาหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวกับการเสียชีวิต
3.ส่งเอกสารที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย  สาขาใดก็ได้หรือฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ
โทรสาร 02-2568198  โทรศัพท์ 02-2088666-8

 

การชำระหนี้
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

(1) หลักเกณฑ์การชำระหนี้

           1.เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษา หรือเลิกการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี จะเข้าข่ายเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมเงินให้กับกองทุนตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการกองทุนฯ
           2. ผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาอยู่และไม่ได้กู้ยืมเงินติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปีและไม่ได้แจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้ธนาคารทราบจะเข้าข่ายเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
           3. ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมจะได้รับหนังสือจากธนาคารเพื่อแจ้งเงินต้นทั้งหมดจำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้งวดแรก ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ รวมทั้งตารางการชำระหนี้ของแต่ละปี ให้ผู้กู้ยืมทราบ
ทั้งนี้ผู้กู้ยืมที่ได้ย้ายที่อยู่ไปจากที่อยู่เดิมเมื่อครั้งทำสัญญากู้จะต้องแจ้งที่อยู่ใหม่ให้ธนาคารทราบด้วย

           4.ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้
            5. ผู้กู้ยืมจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป โดยจะต้องชำระหนี้
ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี และจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี นับจากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
             6. ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปี ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระทั้งหมด กรณีค้างชำระเกิน 12 เดือน

วิธีนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้
ตัวอย่าง
ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาในปีการศึกษา 2547 ผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกภายใน วันที่ 5 กรกฎาคม 2550

                                      (2) วิธีการชำระหนี้
การชำระหนี้มี 3 วิธีคือ
          1. ชำระโดยการหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้กู้ยืม โดยผู้กู้จะต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของตนที่มีอยู่กับธนาคาร เป็นเลขที่บัญชีเดียวกันกับผู้กู้ยืมได้รับเงินกู้เมื่อครั้งกู้ยืมเงิน หรือบัญชีออมทรัพย์ของผู้กู้บัญชีอื่นที่ผู้กู้ได้แจ้งความประสงค์ไว้ โดยนำเงินเข้าฝากก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของ ทุกปี (กรณีชำระหนี้เป็นรายปี) หรือก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน (กรณีชำระหนี้เป็นรายเดือน) ผู้กู้ยืมจะต้องนำบัญชีเงินฝากฯ ไปปรับ รายการหักบัญชีที่สาขาและเก็บไว้เป็นหลักฐาน วิธีนี้จะสะดวกกับผู้กู้ยืมที่ใช้บัญชีเงินฝากออมทรัพย์เป็นบัญชีรับเงินเดือนหรือรายได้อื่นๆ
       
2. ชำระหนี้ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้มากกว่า หรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ ผู้กู้ยืมจะได้รับ ใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ ไว้เป็นหลักฐาน
2.1 การติดต่อชำระหนี้
ผู้กู้ยืมทุกรายติดต่อชำระหนี้ได้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก ดังนี้
          1.1สำหรับผู้ที่เริ่มติดต่อชำระหนี้ในครั้งแรก ให้กรอกหนังสือแสดงตนในการชำระหนี้(กยศ.201) ครั้งต่อไปผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ ได้ตามวิธีใดวิธีหนึ่งของการชำระหนี้ทั้ง 3 วิธีตามที่กล่าวข้างต้น
          1.2หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนงวดการชำระหนี้จากรายปีเป็นรายเดือน สามารถทำได้ โดยให้ผู้กู้ยืมแจ้งความประสงค์
          
1.3 แจ้งจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้งวดแรก พร้อมชำระหนี้โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นหลักฐาน

2.2 การชำระหนี้ก่อนกำหนด
           1. ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้คืนกองทุนทั้งหมดหรือบางส่วนในช่วงก่อนสำเร็จการศึกษา หรือช่วงระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีได้ โดยผู้กู้ยืมไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
           2. กรณีที่ผู้กู้ยืมยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับที่ไม่เกินกว่าระดับปริญญาตรี ผู้กู้ยืมสามารถหยุดพักชำระหนี้ และสามารถกู้ยืมเงินต่อไปในปีการศึกษาที่เหลือได้

 2.3 ตารางแสดงการคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ย

          1. ผู้กู้ยืมกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 1 บาท
          2. คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป
          3. ระยะเวลาในการชำระหนี้ 15 ปี

(ผู้กู้ยืมต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ครั้งละ 10 บาท)

ตารางแบบผ่อนชำระ 15 ปี

ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่าผู้กู้ยืมกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 100,000.-บาท
        1. นำยอดเงิน 100,000.-บาท คูณกับช่องที่ (2) จะทราบว่าเงินต้นคงเหลือในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด
        2. นำยอดเงิน 100,000.-บาท คูณกับช่องที่ (4) จะทราบว่าเงินต้นที่จะต้องชำระในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด
        3. นำยอดเงิน 100,000.-บาท คูณกับช่องที่ (5) จะทราบว่าดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด (ยกเว้นปีที่ 1 ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย)

4.นำยอดเงิน100,000.-บาทคูณกับช่องที่(6)จะทราบว่าเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด

2.4 กรณีผู้กู้ยืมศึกษาอยู่ หรือสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2 ปี
แต่ได้รับจดหมายแจ้งภาระหนี้
        
ตามหลักเกณฑ์แล้วจะยังถือว่าไม่เป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องทำ “หนังสือแบบรายงานสถานภาพการศึกษา (กยศ.204)” และให้สถาบันการศึกษารับรองทุกปีจนกว่าจะจบการศึกษา สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วไม่ถึง 2 ปี ให้ผู้กู้ยืมนำหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษาหรือใบปริญญาบัตร หรือใบประกาศนียบัตร หรือรายงานผลการศึกษา (Transcript) ไปให้สาขาของธนาคารเพื่อชะลอการชำระหนี้
           

                     (3) ผู้กู้ยืมถึงแก่กรรม หรือทุพพลภาพ

  • กรณีผู้กู้ยืมถึงแก่กรรม หนี้ตามสัญญากู้ยืมเป็นอันระงับไป ทั้งนี้ทายาทหรือสถาบันการศึกษาต้องส่งสำเนาใบมรณบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืมที่ถึงแก่กรรม โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับรองสำเนาเอกสารดังกล่าว แล้วส่งให้ธนาคารทราบ

 กรณีผู้กู้ยืมทุพพลภาพ
เอกสารประกอบการพิจารณา
1.สมุดประจำตัวคนพิการ ขอได้ที่ สำนักงานศาลากลางจังหวัด,อบต.
2.บัตรประชาชน,ทะเบียนบ้าน(ผู้กู้)
แล้วส่งเอกสารไปที่สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
            ชั้น 16 อาคาร2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สนญ.)

            เลขที่ 63 ซอยทวีมิตร ถนนพระราม 9
            เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

(4) หลักเกณฑ์การขอผ่อนผันการชำระหนี้
Download แบบฟอร์มหนังสือขอผ่อนผัน ( กยศ.202 Manual Zip)
Download แบบฟอร์มหนังสือรับรองการขอผ่อนผัน
( กยศ.203 Manual Zip)
กองทุนฯ ได้มอบอำนาจให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยมีอำนาจในการพิจารณาผ่อนผันหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้แล้วแต่ยังไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้คืน โดยหากผู้กู้ยืมอยู่ในสถานะภาพเป็น ผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้น้อย (ต่ำกว่า4,700บาท)หรือประสบภัยพิบัติผู้กู้ยืมสามารถติดต่อขอผ่อนผันได้ โดยทำหนังสือขอผ่อนผัน(กยศ.202) พร้อมหนังสือรับรองการขอผ่อนผัน(กยศ.203) ส่งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขาเมื่อธนาคารพิจารณาแล้วธนาคารจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้
ผู้กู้ยืมทราบต่อไป
ผู้กู้ยืมรายที่ธนาคารอนุมัติให้ผ่อนผันได้ ถือว่าผู้กู้ยืมไม่เคยผิดนัดการชำระหนี้ซึ่งผู้กู้ยืมจะได้รับยกเว้นเบี้ยปรับที่เกิดเนื่องจากการค้างชำระค่างวดเท่านั้นโดยผู้กู้ยืมยังคงต้องชำระค่างวดและดอกเบี้ยตามสัญญา ทั้งนี้ ธนาคารมีอำนาจผ่อนผันโดยการยืดเวลาการชำระหนี้งวดที่ค้างชำระออกไปได้คราวละไม่เกิน 6 เดือนติดต่อกันแล้วไม่เกิน 2 ปี

กรณีการขอผ่อนผันชำระหนี้ ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้แต่ละงวด หากพ้นวันที่ครบกำหนดชำระแล้ว (5 กรกฎาคม ของทุกปี) ถือว่า
ผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้จะต้องเสียเบี้ยปรับและถูกติดตามหนี้จนกว่าจะได้รับอนุมัติ
ผ่อนผันชำระหนี้จึงระงับการติดตามและถือเป็นหนี้ปกติต่อไป

 (5) เงื่อนไขตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนฯ

ที่ผู้กู้ควรทราบและถือปฏิบัติ

1. ถ้าผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษาหรือเลิกการศึกษา ผู้กู้ยืมมีหน้าที่แจ้งให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษา หรือเลิกการศึกษา มิฉะนั้นถือว่าผู้กู้ยืมผิดสัญญา ผู้ให้กู้ยืมมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และเรียกเงินกู้ที่ผู้กู้ยืมได้รับไปแล้วทั้งหมดคืนในทันที

2. ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษา และเข้าทำงานในสถานที่ใด ผู้กู้ยืมต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงานนั้น พร้อมทั้งจำนวนเงินเดือน หรือค่าจ้างที่ได้รับให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาทราบเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้กู้ยืมเริ่มทำงาน และในกรณีที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงงานหรือสถานที่ หรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือ ค่าจ้าง ผู้กู้ยืมต้องแจ้งให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมฯ ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่ เปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือน
หรือค่าจ้างทุกๆ ครั้ง
3. ให้แนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อปฏิบัติในข้อ 1 และ 2 ส่ง
บมจ.ธนาคารกรุงไทย

แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ /ที่ทำงาน/สถานะอื่นๆ

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงสถานะของตัวเอง
เช่น เปลี่ยนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เลขที่บัญชีเงินฝาก เข้าทำงานหรือย้ายสถานที่ทำงาน    
ผู้กู้ยืมจะต้องกรอกข้อความ และจัดส่งให้
ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ 
บมจ.ธนาคารกรุงไทย