|
|
||
|
|
||
|
การแจ้งสถานะภาพการศึกษา (Download
แบบฟอร์ม กยศ.204
Manual Zip)
การแจ้งการแก้ไข
ชื่อ-นามสกุล/เลขที่บัญชี/ที่อยู่
(Download แบบฟอร์มกยศ.108
Manual Zip)
หนังสือแสดงตนการชำระหนี้ (Download
แบบฟอร์ม กยศ.201
Manual Zip)
การแจ้งผู้กู้กองทุน กยศ.เสียชีวิต
|
||
|
การชำระหนี้ (1) หลักเกณฑ์การชำระหนี้ 1.เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษา
หรือเลิกการศึกษาเป็นเวลา 2
ปี
จะเข้าข่ายเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมเงินให้กับกองทุนตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการกองทุนฯ 6. ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปี ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระทั้งหมด กรณีค้างชำระเกิน 12 เดือน วิธีนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้ (2) วิธีการชำระหนี้ การชำระหนี้มี 3 วิธีคือ 1. ชำระโดยการหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้กู้ยืม โดยผู้กู้จะต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของตนที่มีอยู่กับธนาคาร เป็นเลขที่บัญชีเดียวกันกับผู้กู้ยืมได้รับเงินกู้เมื่อครั้งกู้ยืมเงิน หรือบัญชีออมทรัพย์ของผู้กู้บัญชีอื่นที่ผู้กู้ได้แจ้งความประสงค์ไว้ โดยนำเงินเข้าฝากก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของ ทุกปี (กรณีชำระหนี้เป็นรายปี) หรือก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน (กรณีชำระหนี้เป็นรายเดือน) ผู้กู้ยืมจะต้องนำบัญชีเงินฝากฯ ไปปรับ รายการหักบัญชีที่สาขาและเก็บไว้เป็นหลักฐาน วิธีนี้จะสะดวกกับผู้กู้ยืมที่ใช้บัญชีเงินฝากออมทรัพย์เป็นบัญชีรับเงินเดือนหรือรายได้อื่นๆ 2. ชำระหนี้ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้มากกว่า หรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ ผู้กู้ยืมจะได้รับ ใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ ไว้เป็นหลักฐาน 2.1 การติดต่อชำระหนี้ ผู้กู้ยืมทุกรายติดต่อชำระหนี้ได้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก ดังนี้ 1.1สำหรับผู้ที่เริ่มติดต่อชำระหนี้ในครั้งแรก ให้กรอกหนังสือแสดงตนในการชำระหนี้(กยศ.201) ครั้งต่อไปผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ ได้ตามวิธีใดวิธีหนึ่งของการชำระหนี้ทั้ง 3 วิธีตามที่กล่าวข้างต้น 1.2หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนงวดการชำระหนี้จากรายปีเป็นรายเดือน สามารถทำได้ โดยให้ผู้กู้ยืมแจ้งความประสงค์ 1.3 แจ้งจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้งวดแรก พร้อมชำระหนี้โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นหลักฐาน 2.2 การชำระหนี้ก่อนกำหนด 2. กรณีที่ผู้กู้ยืมยังไม่สำเร็จการศึกษาในระดับที่ไม่เกินกว่าระดับปริญญาตรี ผู้กู้ยืมสามารถหยุดพักชำระหนี้ และสามารถกู้ยืมเงินต่อไปในปีการศึกษาที่เหลือได้ 2.3 ตารางแสดงการคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ย 1.
ผู้กู้ยืมกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
1 บาท (ผู้กู้ยืมต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ครั้งละ
10 บาท)
ตัวอย่างการคำนวณ 1. นำยอดเงิน 100,000.-บาท คูณกับช่องที่ (2) จะทราบว่าเงินต้นคงเหลือในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด 2. นำยอดเงิน 100,000.-บาท คูณกับช่องที่ (4) จะทราบว่าเงินต้นที่จะต้องชำระในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด 3. นำยอดเงิน 100,000.-บาท คูณกับช่องที่ (5) จะทราบว่าดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าใด (ยกเว้นปีที่ 1 ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย)
2.4 กรณีผู้กู้ยืมศึกษาอยู่
หรือสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2
ปี (3) ผู้กู้ยืมถึงแก่กรรม หรือทุพพลภาพ กรณีผู้กู้ยืมทุพพลภาพ เอกสารประกอบการพิจารณา 1.สมุดประจำตัวคนพิการ ขอได้ที่ สำนักงานศาลากลางจังหวัด,อบต. 2.บัตรประชาชน,ทะเบียนบ้าน(ผู้กู้) แล้วส่งเอกสารไปที่สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ชั้น 16 อาคาร2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สนญ.) เลขที่ 63 ซอยทวีมิตร ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310 (4) หลักเกณฑ์การขอผ่อนผันการชำระหนี้ Download แบบฟอร์มหนังสือรับรองการขอผ่อนผัน ( กยศ.203 Manual Zip) กองทุนฯ ได้มอบอำนาจให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยมีอำนาจในการพิจารณาผ่อนผันหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้แล้วแต่ยังไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้คืน โดยหากผู้กู้ยืมอยู่ในสถานะภาพเป็น ผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้น้อย (ต่ำกว่า4,700บาท)หรือประสบภัยพิบัติผู้กู้ยืมสามารถติดต่อขอผ่อนผันได้ โดยทำหนังสือขอผ่อนผัน(กยศ.202) พร้อมหนังสือรับรองการขอผ่อนผัน(กยศ.203) ส่งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขาเมื่อธนาคารพิจารณาแล้วธนาคารจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ ผู้กู้ยืมทราบต่อไป ผู้กู้ยืมรายที่ธนาคารอนุมัติให้ผ่อนผันได้ ถือว่าผู้กู้ยืมไม่เคยผิดนัดการชำระหนี้ซึ่งผู้กู้ยืมจะได้รับยกเว้นเบี้ยปรับที่เกิดเนื่องจากการค้างชำระค่างวดเท่านั้นโดยผู้กู้ยืมยังคงต้องชำระค่างวดและดอกเบี้ยตามสัญญา ทั้งนี้ ธนาคารมีอำนาจผ่อนผันโดยการยืดเวลาการชำระหนี้งวดที่ค้างชำระออกไปได้คราวละไม่เกิน 6 เดือนติดต่อกันแล้วไม่เกิน 2 ปี
กรณีการขอผ่อนผันชำระหนี้ ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้แต่ละงวด หากพ้นวันที่ครบกำหนดชำระแล้ว (5 กรกฎาคม ของทุกปี) ถือว่าผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้จะต้องเสียเบี้ยปรับและถูกติดตามหนี้จนกว่าจะได้รับอนุมัติ ผ่อนผันชำระหนี้จึงระงับการติดตามและถือเป็นหนี้ปกติต่อไป (5) เงื่อนไขตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนฯ ที่ผู้กู้ควรทราบและถือปฏิบัติ 1. ถ้าผู้กู้ยืมเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษาหรือเลิกการศึกษา ผู้กู้ยืมมีหน้าที่แจ้งให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษา หรือเลิกการศึกษา มิฉะนั้นถือว่าผู้กู้ยืมผิดสัญญา ผู้ให้กู้ยืมมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และเรียกเงินกู้ที่ผู้กู้ยืมได้รับไปแล้วทั้งหมดคืนในทันที 2. ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษา และเข้าทำงานในสถานที่ใด ผู้กู้ยืมต้องแจ้งที่อยู่และสถานที่ทำงานนั้น พร้อมทั้งจำนวนเงินเดือน หรือค่าจ้างที่ได้รับให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาทราบเป็นหนังสือภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้กู้ยืมเริ่มทำงาน และในกรณีที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงงานหรือสถานที่ หรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือ ค่าจ้าง ผู้กู้ยืมต้องแจ้งให้ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมฯ ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ยืมย้ายที่อยู่ เปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือค่าจ้างทุกๆ ครั้ง 3. ให้แนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อปฏิบัติในข้อ 1 และ 2 ส่ง บมจ.ธนาคารกรุงไทย แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ /ที่ทำงาน/สถานะอื่นๆ ในกรณีที่ผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงสถานะของตัวเอง บมจ.ธนาคารกรุงไทย
|
||
|
|
||
|
|
||
|
|
|
|